ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

  • ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ณ บ้านจิตสบาย และตรวจสอบรายชื่อ

    ลงทะเบียน ( 29 พฤศจิกายน 2563      พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล)      ( 5 ธันวาคม 2563       “ฝึกสติให้จิตตั้งมั่นและเจริญปัญญา” • เปิดลงทะเบียน 15 พฤศจิกายน 2563  เวลา 13:00 น.)      ( 11–13 ธันวาคม 2563    ปฏิบัติ 3 วัน 2 คืน เฉพาะผู้ปฏิบัติใหม่ • พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภทฺโท ( 19 ธันวาคม 2563    พระครูปลัดสัมพิพัฒนศีลาจารย์ {พระอาจารย์ครรชิต คุณวโร})      ( 20 ธันวาคม 2563      พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ)      ( 27 ธันวาคม 2563      พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล)      ( 27 ธันวาคม 2563      อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง บรรยายธรรม)        ตรวจสอบรายชื่อการลงทะเบียน ( 29 พฤศจิกายน 2563       พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล)    ( 5 ธันวาคม 2563       “ฝึกสติให้จิตตั้งมั่นและเจริญปัญญา” ตามหลักคำสอลงทะเบียน »

กิจกรรมบ้านจิตสบาย

  • เชิญฟังธรรม พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

    ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาและปฏิบัติภาวนาแบบไป–กลับ ในหลักสูตร จิตตภาวนาเพื่อการพ้นทุกข์ สอนโดย พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร วันที่ 21–22 พฤศจิกายน 2563 รับบาตร 7:30 น. แสดงธรรม รอบเช้า 10:30 น. รอบบ่าย 13:30 น. งดรอบค่ำ ***ต้องมาให้ตรงตามเวลาที่กำหนด ระเบียบการปฏิบัติ 1. เปิดลงทะเบียนทางออนไลน์ล่วงหน้า ปิดลงทะเบียน 1 วันก่อนเริ่ม หรือเมื่อเต็มตามตามจำนวนที่รองรับได้ 2. ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไม่สามารถเข้ …อ่านเพิ่มเติม »
  • เชิญฟังธรรม พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

    ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาจาก พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล  สำนักปฏิบัติธรรมสวนธรรมประสานสุข จ.ชลบุรี ในวันอาทิตย์ที่   29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00-11.30 น. ***ต้องมาให้ตรงตามเวลาที่กำหนด ระเบียบการปฏิบัติ 1. เปิดลงทะเบียนทางออนไลน์ล่วงหน้า ปิดลงทะเบียน 1 วันก่อนเริ่ม หรือเมื่อเต็มตามตามจำนวนที่รองรับได้ 2. ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วเท่านั้น 3. ผู้ที่มาปฏิบัติจะต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีอา …อ่านเพิ่มเติม »

สื่อธรรมะล่าสุด

  • สมถะหรือวิปัสสนาก่อน

    ปัญหา การเจริญกรรมฐานมี ๒ อย่างคือ สมถะ และวิปัสสนา ใน ๒ อย่างนี้ จะเจริญสมถะก่อนหรือวิปัสสนาก่อน ? จะเจริญควบคู่กันไปจะได้หรือไม่ ?   พระอานนท์ตอบว่า “....ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญวิปัสสนามีสมถะเป็นเบื้องหน้า (หรือ).... เจริญสมถะมีวิปัสสนาเป็นเบื้องหน้า (หรือ).... เจริญสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไป.... มรรคย่อมเกิด เธอย่อมเสพเจริญ กระทำให้มากซึ่งมรรคนั้น เมื่อเธอเสพ เจริญกระทำให้มาก ซึ่งมรรคนั้น ย่อมละสังโยชน์ทั้งหลายได้ อนุสัยย่อมสิ้นสุด....” ปฏิปทาวรรค ที่ ๒ จ. อํ. (๑๗๐) ตบ. ๒๑ : ๒๑๒ ตท. ๒๑ : ๑๘๓-๑๘๔ ตอ. G.S. II : ๑๖๒  อ่านเพิ่มเติม »
  • พระธรรมวินัยแท้และของปลอม

    ปัญหา พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามีมากมายเหลือหลาย อาจจะมีคำสอนของศาสนาอื่นหรือคนอื่นแทรกแซงอยู่บ้าง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าอันไหนเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อันไหนไม่ใช่ ?     พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนอุบาลี เธอพึงรู้ธรรมเหล่าใดแลว่า ธรรมเหล่านี้ไม่เป็นไป เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพานโดยส่วนเดียว เธอพึงทรงธรรมเหล่านั้นไว้โดยส่วนหนึ่งว่า นี้ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ไม่เป็นคำสั่งสอนของพระศาสนา ส่วนธรรมเหล่าใด.... เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพานโดยส่วนเดียว.... นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา” วินัยวรรค ส. อํ. (๘๐) ตบ.อ่านเพิ่มเติม »
  • ทำไมอาสวะจึงไม่สิ้น

    ปัญหา การบรรลุมรรคผล หลุดพ้นจากอาสวะกิเลสทั้งปวง รู้สึกว่าเป็นกิจที่ทำได้ยากมาก เพราะเหตุไร ?   พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุไม่หมั่นเจริญภาวนา แม้จะพึงเกิดความปรารถนาขึ้นอย่างนี้ว่า โอหนอ ขอจิตของเราพึงหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่นก็จริง แต่จิตของภิกษุนั้นย่อมไม่หลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ข้อนั้นเพราะเหตุไร จะพึงกล่าวได้ว่าเพราะไม่ได้เจริญ เพราะไม่ได้เจริญอะไร เพราะไม่ได้เจริญ - สติปัฏฐาน ๔ - สัมมัปปธาน ๔ - อิทธิบาท ๔ - อินทรีย์ ๕ - พละ ๕ - โพชฌงค์ ๗ - มรรคมีองค์ ๘   “เปรียบเหมือนแม่ไก่ มีไข่อยู่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟอง ไข่เหล่านั้น แม่ไก่กกไม่ดี ให้ความอบอุ่นไม่พอ ฟักไม่ดี แม่ไก่นั้นแม้จะพึงเกิดความปรารถนาขึ้นอย่างนี้ว่า โอหนอ ขอให้ลูกของเราพึงใช้อ่านเพิ่มเติม »
  • ก้าวแรกในการปฏิบัติธรรม

    ปัญหา ธรรมข้อไหนจำเป็นในการปฏิบัติธรรมเบื้องต้น ?   พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อสติสัมปชัญญะมีอยู่ หิริและโอตตัปปะชื่อว่ามีเหตุสมบูรณ์.. เมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่ อินทรีย์สังวรชื่อว่ามีเหตุสมบูรณ์ เมื่ออินทรีย์สังวรมีอยู่ ศีลชื่อว่ามีเหตุอันสมบูรณ์... เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิชื่อว่ามีเหตุอันสมบูรณ์ .... เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสสนะชื่อวามีเหตุสมบูรณ์.... เมื่อยถาภูตญาณทัสสนะมีอยู่ นิพพิทาวิราคะชื่อว่ามีเหตุสมบูรณ์.... เมื่อนิพพิทาวิราคะมีอยู่ วิมุติญาณทัสสนะชื่อว่ามีเหตุอันสมบูรณ์ เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มีกิ่งและใบสมบูรณ์ แม้กะเทาะของต้นไม้นั้นก็ย่อมบริบูรณ์ แม้เปลือก แม้กระพี้ แม้แก่นของต้นไม้นั้นก็ย่อมบริบูรณ์ฉะนั้น ฯ” สติสูตร อ. อํ. (๑๘๗) ตบ. ๒๓ : ๒๔๘-อ่านเพิ่มเติม »
  • กายยังถาวรกว่าจิต

    ปัญหา คนส่วนมากเข้าใจว่า ในคนเรามีจิต ซึ่งมั่นคงถาวรไม่รู้จักตาย แม้ร่างกายตายไปแล้ว จิตก็ยังอยู่ ดังนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างไรในเรื่องนี้ ?   พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนมิได้สดับ จะพึงเข้าไปยึดถือเอาร่างกาย อันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูต ๔ นี้ โดยความเป็นตน ยังชอบกว่า แต่ถ้าจะเข้าไปยึดถือจิตโดยความเป็นตนหาชอบไม่ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ เมื่อดำรงอยู่ ปีหนึ่งบ้าง สองปีบ้าง สามปีบ้าง สี่ปีบ้าง ห้าปีบ้าง สิบปีบ้าง ยี่สิบปีบ้าง สามสิบปีบ้าง สี่สิบปีบ้าง ห้าสิบปีบ้าง ร้อยปีบ้าง ยิ่งกว่าร้อยปีบ้าง ย่อมปรากฏ แต่ธรรมชาติที่เรียกว่าจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้างนั้น ดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ในกลางคืนและในกลางวัน   “ดูก่อนภิกษุทั้อ่านเพิ่มเติม »
  • เวทนาของปุถุชน และอริยสาวก

    ปัญหา ปุถุชนกับอริยสาวก เมื่อเสวยทุกขเวทนา มีอะไรแตกต่างกันบ้างหรือไม่ ?   พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้มิได้เรียนรู้ อันทุกขเวทนา ถูกต้องแล้ว ย่อมโศกเศร้า ร่ำไร รำพัน ทุบอก คร่ำครวญ เขาย่อมเสวยเวทนา ๒ อย่าง คือ เวทนาทางกาย และเวทนาทางใจ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนนายขมังธนู พึงยิงบุรุษด้วยลูกศร ยิงซ้ำบุรุษนั้นด้วยลูกศรลูกที่สองอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ บุรุษนั้นย่อมเสวยเวทนาเพราะลูกศร ๒ อย่างคือ ทางกายและทางใจ   “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายอริยสาวกผู้เรียนรู้ แล้วอันทุกขเวทนา ถูกต้องแล้ว ย่อมไม่โศกเศร้า ไม่ร่ำไร รำพัน ไม่ทุบอก คร่ำครวญ เธอย่อมเสวยเวทนาทางกายอย่างเดียว ไม่เสวยเวทนาทางใจ เปรียบเหมือนนายขมังธนู ยิงบุรุษด้วยลูกศร ยิงซ้ำบุรุษนั้นด้วยลูกศรดอกที่สองผิดไป ก็เมื่ออ่านเพิ่มเติม »
  • ภาระหนักของมนุษย์

    ปัญหา ภาระอันหนักของมนุษย์คืออะไร ? จะปลงลงได้อย่างไร ?   พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุปาทานขันธ์ ๕ คือ ภาระ อุปาทานขันธ์ ๕ คืออะไร ? คือ รูป...เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ นี้เรียกว่า ภาระ   “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้แบกภาระคือใคร ? ผู้แบกภาระ คือ บุคคล... ที่มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้ นี่เรียกว่า ผู้แบกภาระ   “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุปกรณ์สำหรับแบกภาระคืออะไร ? ตัณหาที่นำไปเกิดในภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนัดยินดี ทำให้หลงเพลิดเพลินในภพนั้น ๆ กล่าวคือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหานี้ เรียกว่า อุปกรณ์ เครื่องแบกภาระ   “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การปลงภาระคืออย่างไร ? คือการดับตัณหา สิ้นความกำหนัดอย่างสิ้นเชิง การสละทอดทิ้งหลุดพ้นจากตัณหาอย่างไม่มีเยื่อใยนี้ เรียอ่านเพิ่มเติม »
  • เพลิดเพลินขันธ์ ๕ เพลิดเพลินทุกข์

    ปัญหา คนเช่นใด มีโอกาสที่จะพ้นทุกข์มากกว่าคนอื่น ?   พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเพลิดเพลิน รูป.... เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์เรายืนยันว่าผู้นั้นไม่พ้นไปจากทุกข์   “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแลไม่เพลิดเพลินรูป... เวทนา... สัญญา... สังขาร... วิญญาณ ผู้นั้นไม่เพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์เรายืนยันว่าผู้นั้นพ้นไปจากทุกข์ อภินันทนสูตร ขันธ. สํ. (๖๔-๖๕) ตบ. ๑๗ : ๓๙ ตท. ๑๗ : ๓๓-๓๔ ตอ. K.S. ๓ : ๓๐  อ่านเพิ่มเติม »
  • เหตุเกิดและดับแห่งขันธ์ ๕

    ปัญหา พระพุทธพจน์ที่ว่า ภิกษุมีจิตเป็นสมาธิแล้วย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง หมายความว่ารู้อะไร ?   พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิดและความดับแห่งรูป...เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ   “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเป็นความจริงแห่งรูป...เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ ?   “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลในโลกนี้ย่อมเพลิดเพลินหลงใหล ดื่มด่ำอยู่ในรูป...เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ เมื่อเพลิดเพลินหลงใหล ดื่มด่ำอยู่ในรูป (เป็นต้น) ความยินดีพอใจก็เกิดขึ้น ความยินดีพอใจในรูป (เป็นต้นนั้น) เป็นอุปาทาน เพราะอุปาทานของบุคคลนั้นเป็นปัจจัย จึงมีภพ เพราะภพเป็นปัจจัยจึงมีชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีความแก่ ความตาย ความโศก ความคร่ำครวญ ความทุกข์ ความขัดเคืออ่านเพิ่มเติม »
  • สาระของพระพุทธโอวาท

    ปัญหา ถ้ามีคนถามเราว่าพระศาสดาของท่านมีวาทะอย่างไร ตรัสสอนอย่างไร จะตอบว่าอย่างไรจึงจะถูกต้อง ?   พระสารีบุตรตอบ “.....ท่านทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบอย่างนี้ว่า... พระศาสดาของเราตรัสสอนให้กำจัดความยินดีและความใคร่... ความยินดีและความใคร่ในอะไร ? ความยินดีและความใคร่ในรูป...เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ.... ทรงเห็นโทษอะไรจึงตรัสสอนให้กำจัดความยินดีและความใคร่...เพราะว่า เมื่อบุคคลมีความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความกระหาย ความกระวนกระวาย ความทะยานอยากในรูป (เป็นต้น) ยังไม่หายขาด ความโศก ความคร่ำครวญ ความทุกข์ ความขัดเคือง และความตรอมใจย่อมเกิดขึ้น... ในเมื่อรูป...เวทนา...สัญญา... สังขาร...วิญญาณ.... แปรปรวนเป็นอย่างอื่นไป” เทวทหสูตร ขันธ. สํ. (๖-๑๐) ตบ. ๑๗ : ๗-๑๑ ตท. ๑๗ : ๖-๙อ่านเพิ่มเติม »